เทรนด์การพิมพ์เสื้อแบบ Direct-to-Garment (DTG) กลายเป็นเทคโนโลยีที่ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์เสื้อแฟชั่น ร้านสกรีนเสื้อตามสั่ง หรือธุรกิจ Print on Demand เพราะ DTG สามารถพิมพ์ลวดลายที่มีรายละเอียดสูง สีสันครบถ้วน และทำงานได้แม้จะสั่งผลิตในจำนวนเพียง 1 ชิ้น จุดเด่นอย่างหนึ่งที่ทำให้ DTG น่าสนใจคือความยืดหยุ่นในการออกแบบ ไม่ต้องทำบล็อก ไม่ต้องพิมพ์จำนวนมาก ยิ่งตอบโจทย์คนยุคใหม่ที่เน้นงานเฉพาะบุคคลและความรวดเร็วในการผลิต
เมื่อเทคโนโลยีนี้เติบโตขึ้น แบรนด์ผู้ผลิตเครื่อง DTG ชั้นนำก็ได้รับความสนใจเพิ่มมากขึ้น และชื่อที่ถูกพูดถึงบ่อยที่สุดก็คือ Brother ซึ่งเป็นผู้เล่นรายใหญ่ในตลาดการพิมพ์ระดับโลกอยู่แล้ว ก่อนจะขยายเข้าสู่ตลาดเครื่องสกรีนเสื้อแบบ DTG ด้วยเครื่องรุ่นดังอย่าง Brother GTX, GTX Pro และ GTX Pro Bulk ซึ่งขึ้นชื่อในเรื่องงานพิมพ์คมชัด เสถียร ใช้งานง่าย และมีบริการหลังการขายที่ได้มาตรฐานระดับสากล ทำให้ ร้านสกรีนเสื้อ จำนวนมากเชื่อมั่นในแบรนด์นี้
แต่คำถามที่ผู้ประกอบการส่วนใหญ่สนใจมากที่สุดคือ
“เครื่องสกรีนเสื้อ Brother GTX ราคาเท่าไหร่?”
แม้ตัวเครื่องจะมีคุณภาพสูงและประสิทธิภาพดีมาก แต่ราคาก็ถือเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจลงทุน บทความนี้จึงจะพาไปสำรวจข้อมูลราคาล่าสุดของเครื่อง Brother GTX แบบละเอียด พร้อมวิเคราะห์ว่าคุ้มค่ากับการลงทุนหรือไม่ เหมาะกับธุรกิจประเภทใด และต้องเตรียมค่าใช้จ่ายอะไรบ้างก่อนตัดสินใจซื้อจริง หากคุณกำลังมองหาเครื่องสกรีนเสื้อ DTG ระดับโปร Brother GTX อาจเป็นคำตอบ — แต่ก่อนอื่น มาดูราคาจริงของเครื่องรุ่นนี้กันอย่างชัดเจน!
ราคาเครื่องสกรีนเสื้อ Brother GTX อยู่ในช่วงใด ?
เครื่องสกรีนเสื้อแบบ DTG อย่าง Brother GTX หนึ่งในประเด็นที่หลายคนสงสัยที่สุดคือ “ทำไมราคาไม่เท่ากันในทุกที่?” คำตอบคือ ราคาเครื่องรุ่นนี้ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ไม่ได้มาจากตัวเครื่องเพียงอย่างเดียว ปัจจัยแรกคือ ประเทศที่ซื้อ เพราะภาษีนำเข้า ค่าขนส่ง และค่าใช้จ่ายด้านโลจิสติกส์มีผลต่อราคาขายปลายทางอย่างชัดเจน ทำให้ค่าเครื่องในแต่ละประเทศอาจแตกต่างกันหลายหมื่นบาท
ต่อมาคือ ตัวแทนจำหน่าย ซึ่งแต่ละเจ้าอาจมีโปรโมชั่นต่างกัน เช่น การรับประกันที่มากกว่าเดิม การแถมหมึก แถมแท่นพิมพ์ หรือการอบรมการใช้งานเพิ่มเติม บางร้านอาจรวมค่าเซอร์วิสแพ็กเกจไว้ในชุดราคา ทำให้ตัวเลขสุดท้ายไม่เท่ากัน
สุดท้ายคือ แพ็คเกจของตัวเครื่อง ว่าเป็นเครื่อง ใหม่ หรือ มือสอง เครื่องใหม่จะได้การรับประกันเต็ม ระบบทำงานสมบูรณ์ และอาจรวมอุปกรณ์ที่จำเป็น แต่ราคาสูงกว่า ในขณะที่เครื่องมือสองราคาจะประหยัดลงแต่ต้องตรวจสอบสภาพหัวพิมพ์ ชั่วโมงการใช้งาน และบริการหลังการขายอย่างละเอียด

ช่วงราคาคร่าว ๆ เครื่องสกรีนเสื้อ Brother GTX
ราคาเครื่องสกรีนเสื้อ Brother GTX ส่วนใหญ่แล้วจะอยู่ในระดับ “หลักแสนกลาง ๆ ถึงปลาย ๆ ” โดยราคาจริงอาจแตกต่างกันตามแต่ละตัวแทนจำหน่าย แต่สำหรับภาพรวมทั่วไป เครื่องใหม่มักอยู่ในช่วงราคาประมาณ 400,000 – 700,000 บาท (ขึ้นอยู่กับรุ่น เช่น GTX Pro หรือ GTX Pro Bulk) ส่วนเครื่อง มือสอง ราคามักลดลงมาราว ๆ 200,000 – 350,000 บาท ขึ้นอยู่กับสภาพหัวพิมพ์ และจำนวนชั่วโมงการใช้งาน
ทั้งนี้ ราคาสามารถ “บวกลบได้บ้าง” ได้พอสมควร เพราะมีปัจจัยสำคัญหลายอย่างที่ส่งผลโดยตรง ได้แก่
- ตัวแทนจำหน่าย >>> บางบริษัทรายรวมบริการอบรม, แท่นพิมพ์หลายขนาด, หมึกชุดแรก หรือสัญญาดูแลรักษา
- โปรโมชั่นช่วงเวลา >>>แคมเปญส่วนลด, งานแฟร์, หรือการเคลียร์สต็อกมีผลต่อราคา
- แพ็คเกจที่เลือก >>> เครื่องใหม่, เครื่องโชว์, เครื่องมือสอง, หรือชุดพร้อมอุปกรณ์ครบเซ็ต
- ค่าอุปกรณ์เสริม >>> เช่น heat press, pre-treatment machine, แท่นพิมพ์หลายขนาด
การสอบถามราคาจากตัวแทนจำหน่ายโดยตรง พร้อมตรวจสอบสิ่งที่ “รวมอยู่ในแพ็คแก็จขายเครื่อง” จึงเป็นขั้นตอนสำคัญ เพื่อให้ได้ราคาที่คุ้มค่าและตรงตามการใช้งานของร้านมากที่สุด
ความแตกต่างของรุ่นก็มีผลต่อราคา
หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้ “ราคาเครื่องสกรีนเสื้อ Brother GTX” แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด คือ ความต่างของแต่ละรุ่น ซึ่งออกแบบมาตอบโจทย์ผู้ใช้งานประเภทต่าง ๆ โดยตรง ตั้งแต่ระดับเริ่มต้นจนถึงโรงพิมพ์ที่ต้องการกำลังการผลิตสูง บทความนี้จะพาคุณทำความเข้าใจความต่างหลัก ๆ เพื่อช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นว่ารุ่นใดเหมาะกับธุรกิจของคุณที่สุด
1. Brother GTX (รุ่นมาตรฐาน)
รุ่นนี้เป็นโมเดลดั้งเดิมที่ทำให้แบรนด์ Brother ครองตลาด DTG อย่างกว้างขวาง แม้ปัจจุบันบางประเทศอาจหยุดนำเข้า หรือมีการแทนที่ด้วย GTXpro แต่ GTX รุ่นมาตรฐานยังได้รับความนิยมในตลาดมือสอง เนื่องจาก
-
ราคาย่อมเยากว่า
-
ระบบพื้นฐานใช้งานง่าย
-
คุณภาพงานสกรีนอยู่ในระดับโปร
อย่างไรก็ตาม ความเร็วและประสิทธิภาพบางส่วนยังสู้รุ่นใหม่กว่าไม่ได้ จึงมีผลให้ราคามักอยู่ในช่วง “ประหยัดกว่า” เมื่อเทียบกับ GTXpro
2. Brother GTXpro (รุ่นอัปเกรด เวิร์กโฟลว์เร็วขึ้น)
GTXpro ถูกออกแบบให้เป็นการปรับปรุงครั้งใหญ่ ทั้งในด้านความเร็ว ความเสถียร และต้นทุนการพิมพ์ต่อชิ้น โดยมีระบบหมึกและหัวพิมพ์ที่พัฒนาใหม่ ทำให้
-
พิมพ์ได้เร็วกว่า GTX รุ่นแรก
-
ประหยัดหมึกมากขึ้น
-
ระบบทำความสะอาดหัวพิมพ์อัตโนมัติดีขึ้น
จึงทำให้ราคาขายสูงกว่า GTX รุ่นมาตรฐาน และอยู่ในช่วง “หลักแสนกลางถึงปลาย”
3. Brother GTXpro B (รุ่นเฉพาะทางสำหรับงานหนัก)
รุ่นนี้ถูกออกแบบมาสำหรับงานปริมาณมาก หรือร้านที่ต้องการรองรับผ้าสีเข้มและงานผลิตแบบจริงจัง จุดเด่นคือ
-
ระบบหมึก Bulk เพิ่มปริมาณหมึกมากกว่า
-
รองรับการพิมพ์ต่อเนื่องยาว ๆ
-
ลดต้นทุนหมึกต่อชิ้น
-
เหมาะกับเสื้อสีเข้ม งานสตรีท งานแบรนด์แฟชั่น
ด้วยคุณสมบัติเหล่านี้ ราคาจึงสูงที่สุดในไลน์ GTX และเหมาะสำหรับโรงงานหรือร้านสกรีนที่ต้องการเครื่องระดับโปรดักชัน
แนะนำ เครื่องสกรีนเสื้อ Brother GTX
-
Brother GTX ราคาถูกที่สุด เหมาะกับผู้เริ่มต้นหรือซื้อมือสอง
-
Brother GTXpro ราคากลาง–สูง เหมาะกับร้านที่ต้องการความเร็วและคุณภาพ
-
Brother GTXpro B ราคาสูงสุด เหมาะสำหรับธุรกิจที่ผลิตปริมาณมากเป็นประจำ
การเลือกรุ่นที่เหมาะกับงานจึงสำคัญมาก เพราะจะมีผลโดยตรงต่อกำลังการผลิต ต้นทุนต่อชิ้น และราคาลงทุนเริ่มต้นของธุรกิจในระยะยาว.
ต้นทุนเครื่อง Brother GTX ทำเสื้อ 1 ตัว กี่บาท
หากคุณสนใจลงทุนเครื่อง สกรีนเสื้อแบบ DTG อย่าง Brother GTX คำถามสำคัญที่ตามมาคือ “ต้นทุนต่อชิ้นจริงเท่าไหร่?” เพราะต้นทุนนี้จะเป็นตัวกำหนดราคาขาย กำไรต่อชิ้น และความคุ้มค่าในการใช้งานในระยะยาว โดยทั่วไป ต้นทุนจะถูกแบ่งออกเป็น 4 ส่วนหลัก ได้แก่ ค่าหมึก, ค่า Pre-treatment, ค่าแรง + ค่าไฟ, และ ต้นทุนรวมต่อชิ้น ซึ่งจะแตกต่างกันตามสีเสื้อและขนาดงานพิมพ์
ค่าหมึกต่อตัว แบ่งตามสีเสื้อ
ต้นทุนหมึกของ Brother GTX ถือเป็นต้นทุนหลักของงาน DTG โดยสีเสื้อมีผลมากต่อการใช้ปริมาณหมึก โดยเฉพาะเสื้อสีเข้มที่ต้องใช้หมึกขาว (White Ink) จำนวนมากกว่าสีอ่อน
- เสื้อขาว ค่าหมึกเฉลี่ย 15–45 บาทต่อตัว/ชิ้นงาน
- เสื้อดำ / เสื้อเข้ม ค่าหมึกเฉลี่ย 15–45 บาทต่อตัว/ชิ้นงาน 40-80 บาทต่อตัว/ชิ้นงาน แพงกว่าเสื้อขาว เพราะ ต้องใช้หมึกขาวพ่นรองพื้น + ใช้ Pre-treatment ก่อนทุกครั้ง จึงทำให้มีต้นทุนใช้หมึกขาวสูงกว่า 2-3 เท่า
- เสื้อสีพิเศษ (เช่น เขียวสะท้อน, น้ำเงินเข้ม, ม่วง) ปริมาณหมึกใกล้เคียงเสื้อดำ
- ค่าหมึกเฉลี่ย 15–45 บาทต่อตัว/ชิ้นงาน 45-85 บาท
ค่า Pre-treatment ต่อชิ้น
สำหรับเสื้อสีดำและเสื้อสีเข้ม จำเป็นต้องใช้ Pre-treatment เพื่อให้หมึกขาวยึดเกาะดีและสีสด ค่าเฉลี่ยของน้ำยา Pre-treatment ต่อชิ้นอยู่ที่ 10–25 บาทต่อชิ้น (ขึ้นอยู่กับสูตรน้ำยาและวิธีพ่น)
ค่าแรง + ค่าไฟ
แม้จะไม่ใช่ต้นทุนหลัก แต่ก็เป็นค่าใช้จ่ายที่ต้องนำไปรวมด้วย รวม 7–15 บาทต่อชิ้น
- ค่าแรงเฉลี่ยต่อเสื้อ (จัดเตรียม–พิมพ์–อบ) 5–10 บาท
- ค่าไฟเครื่องพิมพ์ + เครื่องอบ : 2–5 บาทต่อชิ้น
ราคาต้นทุนรวมต่อเสื้อ 1 ตัว
เมื่อนำค่าใช้จ่ายทั้งหมดมารวมกัน จะได้ต้นทุนเฉลี่ยของเสื้อ 1 ตัวดังนี้
| ประเภทเสื้อ | ต้นทุนต่อชิ้น (ประมาณ) |
|---|---|
| เสื้อขาว | 30–50 บาท |
| เสื้อดำ | 55–100 บาท |
| สีพิเศษ | 60–110 บาท |
| หมายเหตุ: ยังไม่รวมราคาต้นทุนตัวเสื้อ | |
ต้นทุนที่คำนวณเป็นเพียงค่าเฉลี่ย เพราะงานสกรีน DTG มีปัจจัยอื่นที่ส่งผลต่อต้นทุนจริง
ต้นทุนต่อชิ้นที่นำเสนอ เช่น เสื้อขาว 30–50 บาท หรือเสื้อดำ 50–100 บาท เป็นตัวเลขสำหรับให้ผู้อ่านเห็น “ภาพรวม” ของค่าใช้จ่ายในการสกรีนด้วย เครื่อง Brother GTX เท่านั้น แต่ในงานสกรีน DTG จริง ยังมีปัจจัยหลายอย่างที่สามารถทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการต้องคำนึงถึงก่อนกำหนดราคาขายจริง
1. ขนาดลายสกรีน
ลายใหญ่ใช้หมึกมากกว่าลายเล็กอย่างเห็นได้ชัด เช่น ลายขนาด A3 จะกินหมึกมากกว่า A5 หลายเท่า ทำให้ต้นทุนต่อชิ้นสูงขึ้นตามพื้นที่การพิมพ์
2. ความซับซ้อนของลวดลาย
งานที่มีเฉดสีเยอะ รายละเอียดสูง หรือใช้สีเข้มจำนวนมาก จะใช้หมึกมากกว่าแบบลายเรียบง่าย ส่งผลให้ต้นทุนเพิ่มขึ้น แม้ขนาดลายจะเท่ากันก็ตาม
3. จำนวนจุดสกรีน (Ink Density / จุดสี)
ฟีลของงานบางแบบต้องการความเข้มและความหนาแน่นของหมึกสูง ทำให้เครื่องพ่นหมึกเพิ่มขึ้นโดยอัตโนมัติ เช่น งานภาพถ่าย งานกราฟิกเน้นสีสด หรือการพิมพ์บนเสื้อสีเข้มที่ต้องใช้หมึกขาวรองพื้นมากกว่าเสื้อสีอ่อน
ต้นทุนที่คำนวณแบบง่ายช่วยให้มองภาพรวมได้ดี แต่ในการทำงานจริง ต้นทุนอาจต่างกันตามรายละเอียดของงาน ลูกค้า และลักษณะผ้า ดังนั้นผู้ประกอบการควรคำนวณต้นทุนจากงานจริงของตัวเอง เพื่อให้ราคาขายมีความแม่นยำและคุ้มค่ามากที่สุด.
ซื้อ Brother GTX ที่ไหนดี ? แนะนำตัวแทนจำหน่ายในไทย
เมื่อคุณตัดสินใจจะลงทุนกับ เครื่องสกรีนเสื้อ DTG จากแบรนด์ Brother การเลือกแหล่งซื้อให้เหมาะสมเป็นขั้นตอนสำคัญ เพราะไม่เพียงแต่ราคาจะต่างกัน แต่บริการหลังขาย การรับประกัน และการสนับสนุนทางเทคนิคก็มีผลต่อความคุ้มค่าในระยะยาว
ซื้อจากศูนย์ Brother โดยตรง
การซื้อผ่านสำนักงานใหญ่หรือ “ศูนย์บริการ Brother ในประเทศไทย” เป็นทางเลือกที่น่าเชื่อถือที่สุด เพราะคุณได้รับการรับประกันจากแบรนด์โดยตรง มีมาตรฐานการบริการหลังขาย และสามารถติดต่อ support ได้ชัดเจน ข้อดีเมื่อซื้อจากศูนย์โดยตรง คือ
-
มีการรับประกันอย่างเป็นทางการ
-
ได้อุปกรณ์ครบถ้วน/ตามมาตรฐานของ Brother
-
มักมีโปรโมชันหรือแพ็คเกจ start-up สำหรับร้านใหม่
ซื้อจากดีลเลอร์ที่เป็นศูนย์ Authorized
อีกทางเลือกคือซื้อจากตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับอนุญาต (Authorized Dealer) — ธุรกิจที่นำเข้าและจำหน่าย Brother GTX พร้อมบริการหลังการขาย ซ่อมบำรุง และบางรายรวมบริการติดตั้ง/อบรมให้ด้วย ข้อดีของการซื้อผ่านดีลเลอร์ คือ
- บางเจ้าอาจมีแพ็คเกจพร้อม Heat-press / Pretreatment / อุปกรณ์เสริม เหมาะกับร้านที่เริ่มต้นจริงจัง
-
มักมีบริการ “ส่ง + ติดตั้ง + สอนใช้” โดยเฉพาะสำหรับลูกค้าที่ไม่เคยใช้เครื่อง DTG มาก่อน
ข้อควรรู้ก่อนสั่งซื้อเครื่อง Brother GTX
การซื้อเครื่องสกรีนเสื้อ DTG อย่าง Brother GTX ถือเป็นการลงทุนที่มีมูลค่าสูง — เพื่อให้การลงทุนคุ้มค่าและลดความเสี่ยงควรตรวจสอบให้ละเอียดในหลายจุด ดังนี้
1. รุ่นเครื่องที่ขาย (GTX, GTX Pro, GTX Pro Bulk)
2. ราคาที่เสนอ รวมอุปกรณ์พื้นฐานหรือแค่ตัวเครื่องเปล่า
3. เงื่อนไขการรับประกัน และบริการหลังการขาย
4. ค่าขนส่ง ค่าติดตั้ง และค่าบริการเสริม (ถ้ามี)
ควรเช็กให้ครบทั้งรุ่น, แพ็กเกจ, รับประกัน-บริการหลังการขาย และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ การตรวจสอบให้ครบตั้งแต่ต้นจะช่วยให้คุณได้รับเครื่องที่ตรงกับความต้องการ ใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และลดความเสี่ยงจากปัญหาหลังการซื้อ — ซึ่งสำคัญมากเมื่อลงทุนกับเครื่องราคาสูงอย่าง Brother GTX.
อย่าใจร้อน ราคาเครื่องสกรีนเสื้อ Brother GTX สูงมากคิดให้ดีก่อนลงทุน
ที่ต้องย้ำคือ ราคาเครื่องสกรีนเสื้อ Brother GTX ถือเป็นการลงทุนที่มีมูลค่าสูง โดยทั่วไปเครื่องใหม่จะอยู่ในช่วงหลักแสนกลางถึงปลาย และหากเป็นรุ่นที่ใช้ระบบ Bulk เช่น GTXpro B ราคาจะสูงขึ้นอีก อย่างไรก็ตาม ก่อนลงทุนซื้อ ควรพิจารณาให้ครอบคลุมในหลายมิติ โดยเฉพาะ 3 ประเด็นใหญ่ได้แก่ กำลังการผลิต, งบประมาณ, และ ตลาดเป้าหมาย ซึ่งถือเป็นตัวชี้วัดว่าการซื้อเครื่องรุ่นใดจะเหมาะสมและให้ผลตอบแทนคุ้มค่าที่สุดสำหรับธุรกิจของคุณเอง นอกจากนี้ ควรพิจารณาปัจจัยเสริม เช่น ค่าใช้จ่ายในการใช้หมึก, ค่า Pre-treatment, ประเภทผ้าที่รองรับ และต้นทุนต่อชิ้น ซึ่งแม้บทความได้ให้ตัวเลขเฉลี่ย เช่น 30–50 บาทสำหรับเสื้อขาว หรือ 50–100 บาทสำหรับเสื้อดำ แต่ในการทำงานจริง ราคาจะขึ้นอยู่กับขนาดลาย ความซับซ้อนของกราฟิก ความหนาแน่นของหมึก และประเภทของเนื้อผ้า
ราคาเครื่องสกรีนเสื้อ Brother GTX เป็นการลงทุนที่สำคัญและควรพิจารณาอย่างรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นรุ่นเครื่องที่เหมาะกับงาน กำลังการผลิตของธุรกิจ งบประมาณที่มีอยู่ และกลุ่มลูกค้าที่ต้องการให้บริการ หากคุณต้องการเครื่อง DTG ที่คุณภาพสูง ใช้งานเสถียร ให้สีสด คมชัด และรองรับงานมืออาชีพ Brother GTX series ยังคงเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมที่สุดในตลาด ทั้งด้านคุณภาพ ความทนทาน และความคุ้มค่าในระยะยาว เครื่องนี้อาจเป็นการลงทุนครั้งใหญ่ แต่ก็เป็นการลงทุนที่สามารถสร้างรายได้และโอกาสใหม่ ๆ ให้กับร้านได้อย่างแท้จริง
หากคุณกำลังมองหาเครื่องพิมพ์เสื้อ DTG ที่เชื่อถือได้และมีมาตรฐานระดับโลก Brother GTX series คือคำตอบที่ไม่ทำให้ผิดหวัง.

